ไม่ถือยศถาบรรดาศักดิ์ “พระราชาคณะวัย 91 ปี” ดำรงกิจวัตร กวาดลานวัดทุกวัน

  • Saxman
  • August 18, 2019
  • Comments Off on ไม่ถือยศถาบรรดาศักดิ์ “พระราชาคณะวัย 91 ปี” ดำรงกิจวัตร กวาดลานวัดทุกวัน

พระราชปัญญาวิสารัท หรือ หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ฝ่ายธรรมยุต) วัดกระดึงทอง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ท่านเป็นพระราชาคณะ ผู้เป็นแบบอย่างในการดำรงข้อวัตร มิได้ถือตัวตนว่าเป็นท่านเจ้าคุณ หลวงปู่เหลืองใช้ไม้กวาดทางมะพร้าว เก็บกวาดใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นบริเวณลานวัดด้วยตัวท่านเองแม้สังขารจะชราภาพมากแล้ว ด้วยอายุย่างเข้า 91 ปี ท่านยังคงทำหน้าที่ของพระสงฆ์เป็นแบบอย่างให้พระลูกพระหลานวัยรุ่นวัยหนุ่มได้สำนึกตน ว่าไม่ควรปล่อยกายปล่อยใจให้สุขสบายไปตามกระแสกิเลส มิเช่นนั้นจะกลายเป็นศิษย์ผิดแนวอาจารย์

หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม
พระหนุ่มเณรน้อยภายในวัดก็ปัดกวาดเช่นเดียวกับหลวงปู่ เนื่องด้วยการปัดกวาดเสนาสนะเป็นกิจวัตร 10 ประการของพระ หลวงปู่ท่านจึงไม่ยอมบกพร่องในการรักษากิจวัตรขององค์ท่าน คนโบราณเขาเชื่อถือกันมาว่า ผู้ที่มีโรคผิวหนังพุพองหรือโรคเรื้อน ถ้าได้มาเก็บขยะเก็บใบไม้ที่ล่วงหล่นปัดกวาดลาดวัดให้สวยงามสอาดตาแล้วนั้น เชื่อกันว่าจะทำให้ผิวพรรณวรรณะงดงามและทำให้โรคร้ายหายไปได้ การกวาดวัดนี้มีอานิสงส์ถึง 5 อย่างคือ

1. บุคคลเห็นเข้าก็เลื่อมใส
2. เทวดาเห็นเข้าก็เลื่อมใส
3. จิตของผู้กวาดตั้งสมาธิได้เร็ว
4. ผิวพรรณวรรณผ่องใส
5. เมื่อดับสังขารจากโลกนี้ไปแล้วก็ไปบังเกิดในภพภูมิสวรรค์
หลวงปู่เหลืองมีนามเดิมว่า เหลือง ทรงแก้ว ท่านเกิดในยามใกล้รุ่งของวันอังคารที่ 1 พ.ค. ปี พ.ศ. 2470 ที่บ้านนาตรัง หมู่ที่ 2 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขณะอายุได้ 15 ปี แล้วออกจาริกเดินตามหลังพระพี่ชายไปตอนอายุ 16 ปี หลังจากนั้นชีวิตของหลวงปู่เหลืองก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ด.ช.เหลือง ออกจากบ้านเดินตาม พระครูสมุห์ฉัตร ธมฺมปาโล และพระอาจารย์สมุห์เสร็จ ญาณวุฑโฒ 2 ภิกษุศิษย์หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “มือขวา” ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ไปใน พ.ศ. 2486 จากสุรินทร์ไปถึงนครราชสีมา ไปฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง

ด้วยอายุเพียงเท่านั้นแต่ท่านมีบุญได้พบครูบาอาจารย์แล้วหลายรูป อาทิ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระผู้สรุปอริยสัจ 4 จากการปฏิบัติไว้ชนิดคนสามัญขนานนามท่านว่า เจ้าแห่งจิต ท่านพ่อลี ธมฺมธโร แห่งวัดป่าคลองกุ้ง ฯลฯ รวมทั้งได้มอบกายถวายใจเป็นศิษย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

หลวงปู่เหลืองเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น ขณะอายุ 17 ปี หรือราวช่วง พ.ศ. 2486-2487 โดยบรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา มีพระโพธิวงศาจารย์ (สังข์ทอง นาควโร) หรือเจ้าคุณโพธิฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ ลุถึง พ.ศ. 2490 จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมฺมธโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ ณ วัดป่าศรัทธารวมนั่นเอง

ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ : คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา

หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม
“ไทยดำ” ผู้เคยเขียนประวัติหลวงปู่เหลืองลงในนิตยสารโลกทิพย์ ฉบับเดือน ธ.ค. 2530 เคยเรียนถามท่านว่า ระหว่างอยู่กับหลวงปู่ฝั้นนั้นหลวงปู่ฝั้นสอนอย่างไรบ้าง หลวงปู่เหลืองตอบทีเดียวเป็นความ 4 ประโยค แต่ครอบคลุมพระไตรปิฎกหมด 90 เล่ม ความนั้นมีว่า

ท่านสอนง่ายๆ ว่า “ประสูติ หมายถึง ลมเข้า
พระวินัย หมายถึง ลมออก
ปรมัตถ์ หมายถึง ผู้รู้ลมเข้าลมออก
เป็นอันจบพระไตรปิฎก นอกนั้นเป็นแต่กิ่งก้าน”
การได้อยู่ที่ จ.นครราชสีมา ณ พ.ศ.นั้นเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ได้พบและศึกษากับพ่อแม่ครูอาจารย์จำนวนมาก ซึ่งท่านเหล่านั้นกระจายกันอยู่หลายแห่ง อาทิ วัดป่าสาลวัน วัดสุทธจินดา วัดสว่างอารมณ์ ฯลฯ แต่รูปที่อัธยาศัยต้องกันมากที่สุดและจะมีผลต่อชีวิตของท่านในกาลข้างหน้าคือ พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล)

หลวงปู่เหลืองกล่าวว่า พระพุทธองค์มิได้สอนให้เชื่อพระองค์เพียงอย่างเดียว หากแต่ให้ชื่อว่า “จิต คือ พุทธะ” ถ้าเราดำเนินตามที่พระองค์ทรงสอน จิตของเราก็เป็นพุทธะอย่างพระพุทธองค์ได้ ถ้าจะให้ถึงซึ่งพุทธะก็เหมือนกับเอาแก่ของต้นไม้ใหญ่ ถ้าจะเอาแก่นต้องใช้ขวานถากเปลือก ถากกระพี้ออก จิตคนเรานั้นเป็นพุทธะอยู่แล้ว หากแต่เราปล่อยให้กิเลสตัณหาห่อหุ้มจนจิตไม่ประภัสสร

Facebook Comments