สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล “บุญข้าวประดับดิน” ประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน

  • Jangkhao News
  • September 9, 2018
  • Comments Off on สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล “บุญข้าวประดับดิน” ประเพณีบุญเดือนเก้าของชาวอีสาน

ไม่รู้ว่าสมัยนี้แหละหลายคนนั้นเคยได้ยินคำว่าบุญข้าวประดับดินหรือไม่คะซึ่งบอกเลยว่าบุญข้าวประดับดินนั้นถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาในภาคอีสานค่ะซึ่งวันนี้เราก็จะมาบอกกันว่าประเพณีมันคืออะไรมีความเป็นมาเป็นอย่างไรเรามาอ่านกันดูกันได้เลย

โดยประเพณีบุญข้าวประดับดินนั้นถือเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่สืบทอดกันมาในภาคอีสานซึ่งจะถูกจัดในวันแรม 14 ค่ำเดือน 9 ของทุกๆปี โดยจะมีการทำบุญซึ่งชาวบ้านนั้นจะนำข้าวปลาอาหารคาวหวานผลไม้หมากพลูบุหรี่ต่างๆนั้นมาห่อเป็นด้วยใบตองเป็นหอเล็กๆและก็นำไปวางตามโคนต้นไม้หรือพื้นดินบริเวณรอบๆเจดีย์โบสถ์

ซึ่งก็มีความเชื่อที่ว่าการทำบุญแบบนี้ก็เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วรวมถึงอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรกหรือเปรตอีกด้วยค่ะ และนอกจากนี้ประเพณีนี้นั้นถือว่าเป็นการให้ทานแก่ผู้ยากไร้รวมถึงสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของที่จะต้องมีอาการแบบอดมื้อกินมื้อหิวก็สามารถมากินตรงนี้ได้ตลอดทั้งปีเพราะการที่ตั้งอาหารไว้บนพื้นฐานเหล่านั้นก็สามารถเข้ามากินได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ด้วยความเป็นมาของประเพณีนี้นั้นเกิดขึ้นจากความเชื่อนิทานธรรมบทที่ว่าญาติของพระเจ้าพิมพิสารได้ยักยอกเงินวัดไปเป็นของตนเองและเมื่อเขาตายไปแล้วนั้นก็ได้เกิดเป็นเปรตนรกเมื่อพระเจ้าพิมพิสารนั้นได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าแต่ก็ไม่ได้อุทิศส่วนบุญนี้ไปให้กับญาติที่ตายและพอตกกลางคืนก็จะมีญาติที่ตายมาแสดงตัวเก่งเสียงร้องอีกน่ากลัวใกล้ๆพระราชนิเวศน์

ซึ่งในรุ่งเช้านั้นพระเจ้าพิมพิสารก็ได้เสด็จไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้พระพุทธเจ้าก็ได้ทูลเหตุให้ทราบว่าหากถวายทานอีกครั้งแล้วก็ลองอุทิศบุญส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ญาติที่เสียให้ได้รับส่วนกุศลนี้สิซึ่งเหตุนี้นี่เองก็เลยมีการทำบุญข้าวประดับดินนี้ขึ้นมาซึ่งจุดประสงค์หลักนั้นก็คือเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่เสียไปแล้วและถือเป็นประเพณีหนึ่งในภาคอีสานที่เขาทำกันในทุกๆปี

โดยพิธีกรรมบุญข้าวประดับดินนั้นมีดังนี้

1.จะจัดในวันที่แรม 13 ค่ำเดือน 9 ซึ่งชาวบ้านก็จะทำการเตรียมเข้าอาหารขนมหมาถูกบุหรี่จี้ส่วนส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันในครอบครัวอีกส่วนหนึ่งจะให้ญาติและส่วนที่ 3 นั้นก็เอาไปอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ตายส่วนที่ 4 ก็จะนำไปถวายพระสงฆ์

2.โดยในวันนั้นชาวบ้านก็จะไปวัดกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อนำสิ่งของที่เตรียมนี้เอาไว้ไปจัดในกระทงหรือเย็บให้เป็นห่อเหมือนข้าวสากไปวางในจุดต่างๆซึ่งเขาเรียกว่ากลางวันห่อข้าวน้อยซึ่งจะไปวันนี้วัดความเป็นระยะระยะและเขาก็จะพากันไปทำอย่างนี้เงียบไม่มีการตีฆ้องตีกลองแต่อย่างใด

3.และหลังจากที่วางเสร็จแล้วนั้นชาวบ้านก็จะเตรียมอาหารไปทำบุญที่วัดอีกทีนึงในตอนเช้าเมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จก็จะทำการเทศน์ฉลองบุญข้าวประดับดินซึ่งถึงณเวลานั้นชาวบ้านก็สามารถนำปัจจัยไทยทานถวายให้แก่พระสงฆ์ได้เมื่อผสมและให้พรเสร็จอะไรเสร็จชาวบ้านก็จะมาทำบุญกรวดน้ำขวดหรือสนอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้วทุกๆคน

สำหรับอาหารคาวหวานที่ทำบุญข้าวประดับดินนั้นก็อาจจะมีดังนี้
– ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วรับปั้นเป็นก้อนเล็กๆ
– อาหารคาวที่เป็นเนื้อปลาไก่หมูใส่ลงไปซะเล็กน้อยซึ่งนี่ถือว่าเป็นอาหารคาว
– เอากล้วยน้อยหน่ามะละกอฝรั่งมันแกวอ้อยมะละกอสุกหรือขนมหวานอื่นๆไปวาง
– บุหรี่ 1 มวน เมี่ยงหนึ่งคำ หมากหนึ่งคำ

แค่นี้ก็ถือเป็นประเพณีไทยประเพณีหนึ่งที่เขาปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานในทางภาคอีสานซึ่งแน่นอนว่าก็มีหลายหลายคนนั้นก็อาจจะไม่เคยได้ยินประเพณีกันและในวันนี้แล้วก็มาเปิดหูเปิดตาให้ทุกคนนั้นทราบกันว่าในประเทศไทยนั้นก็มีประเพณีกันอยู่นะคะซึ่งนี้จะถือว่าเป็นการสร้างความรู้และประเพณีให้กับชาวไทยทุกคนอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน

Facebook Comments