มาแล้ว!! กำหนดการ งานงิ้วร้อยเอ็ด 2560 วันที่??

ยืนยันแล้ว งานงิ้วร้อยเอ็ด ประจำปี 2560 จะจัดขึ้นในวันนี้ 28 พ.ย. – 9 ธ.ค. 2560 โดยในปีนี้จะมีการจัดการแสดงงิ้ว และร้านค้าขายอาหาร/สินค้า พิธีไหว้ ไป้เผ่งอัง ที่ศาลเจ้า ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญสำหรับลูกหลานชาวจีน ดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา

งานงิ้ว ถือว่าเป็นงานประจำปีของจังหวัดร้อยเอ็ด จัดขึ้น ณ บริเวณวัดราษฎร์ศิริ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยคณะกรรมการ พี่น้องชาวจีน ที่มีภูมิลำเนา อาศัยอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ร่วมจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

ในงานดังกล่าวมีทั้งพี่น้องชาวจีนและพี่น้องชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เดินทางไหว้เจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนเองและครอบครัว และเข้าร่วมบริจาคเงินเพื่องานกุศล ชมการแสดงงิ้วและชมการแสดงลิเก ตลอดทั้งคืน เชิญชมบรรยากาศโดยทั่วไปของงาน รวมทั้งหาอาหารและขนมที่อร่อย ๆ ทาน รวมทั้งซื้อหาของใช้และของเล่นต่าง ๆ ในงาน

หนึ่งเดียวในโลก!! #ลอยกระทงรวงข้าว ไฮไลท์ “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป” ประจำปี 2560

จ.ร้อยเอ็ด จัดแถลงข่าวงานประเพณี “สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป” ครั้งที่ 19 ประจำปี 2560 ชูไฮไลท์ “ลอยกระทงรวงข้าว” ประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิโลกควบคู่การท่องเที่ยว

ที่บริเวณ ท่าน้ำลอยกระทง บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ดจังหวัดร้อยเอ็ด นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประเพณี “สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป” ครั้งที่ 19 ประจำปี 2560 จังหวัดร้อยเอ็ด โดยผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายมังกร ยนต์ตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น และ ดร.นิรุจน์ อุทธา ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน โดยมี นายชยันต์ ศิริมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นางนงรัตน์ คงเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก การแถลงข่าวเริ่มต้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานว่า งานประเพณี “สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป” ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 19 และในปีนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง ด้วยจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระประทีปส่วนพระองค์ จำนวน 2 พระองค์ ลงลอยเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่พสกนิกรชาวจังหวัดร้อยเอ็ดทุกหมู่เหล่า และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับการประกวดกระทงประทีปใหญ่ ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานไม่น้อยกว่า 50,000 คน หลังจากนั้น นายมังกร ยนต์ตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานว่าปีนี้ ว่าได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นอย่างดี เชื่อว่าการจัดงานลอยกระทงในปีนี้ยิ่งใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทุกปี และจังหวัดใดในภาคอีสาน เพราะจังหวัดร้อยเอ็ดมีสิ่งดีๆที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะบึงพลาญชัยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานลอยกระทงแล้วยังได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย

ด้านนายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวถึงกิจกรรมการจัดงานครั้งนี้ ว่า งานลอยกระทงของจังหวัดร้อยเอ็ด บ่งบอกสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ของภาคอีสานได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าจังหวัดร้อยเอ็ดสามารถเป็นตัวแทนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการจัดกิจกรรมลอยกระทง กิจกรรมสำคัญในปีนี้ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง การประกวดกระทงประทีปใหญ่ การประกวดกระทงอนุรักษ์ธรรมชาติ การประกวดธิดาสาเกตนคร การประกวดรำวงสมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป และขบวนจำลองเหตุการณ์ขบวนแห่กระทงเมืองสาเกตนครฯ ส่วน นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น ได้กล่าวถึงไฮไลท์ของการจัดงานปีนี้ว่า ได้ชูรูปแบบการจัดงาน “ลอยกระทงข้าว” หรือ “ลอยกระทงรวงข้าว” เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิจังหวัดร้อยเอ็ด ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะอันดับแรกนิตยสารของสายการบินนกแอร์ ที่จะประชาสัมพันธ์ตลอดเดือนพฤศจิกายน พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนไม่ต้องเตรียมรวงข้าว และธูปเทียนมา แต่ทาง ททท. จัดเตรียมไว้ให้ อย่างน้อย 500 กระทงแรก

สำหรับ ดร.นิรุจน์ อุทธา ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน กล่าวด้วยว่า ประเพณีลอยการทงเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทย และจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้นำด้านการจัดงานลอยกระทงที่ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่อง อยากให้จัดต่อไปเรื่อยๆ จะเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นแบบอย่างแก่ลูกหลานได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การจัดงานประเพณี “สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป” ครั้งที่ 19 ประจำปี 2560 จังหวัดร้อยเอ็ด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2560 ณ บึงพลาญชัย และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จัดภายใต้วัตถุประสงค์หลัก เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม สร้างความสามัคคี และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ดสืบไป จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจได้เที่ยวชมงานในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว

สุดยิ่งใหญ่!! จังหวัดร้อยเอ็ดแถลงข่าว การจัดงานลอยกระทง “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เศ็งประทีป ๒๕๖๐”

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2560 จังหวัดร้อยเอ็ดประกอบด้วย นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายมังกร ยนต์ตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ได้ร่วมแถลงข่าว การจัดงาน “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป ปี ๒๕๖๐” ที่หน้าบึงพลาญชัยร้อยเอ็ด ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันที่ 2-3 พ.ย. 2560

วัตถุประสงค์ในการจัดงาน “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป” ในปีนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ และร่วมลอยประทีปถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระผู้เสด็จสู่สวรรค์คาลัย

ทั้งนี้งานประเพณีลอยกระทงของจังหวัดร้อยเอ็ด หรือ “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป” เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ได้รับประทีปพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และจัดได้ว่าเป็นงานลอยกระทงหนึ่งเดียวในภาคอีสาน และเป็น 1 ใน 8 แห่งของประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยพื้นที่อื่นๆ ประกอบด้วย

ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่, ประเพณีลอยกระทงสาย จ.ตาก, งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม, ลอยกระทงราชบุรี ประเพณี 8 ชาติพันธุ์ จ.ราชบุรี, งานลอยกระทงตามประทีป ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา, งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย และ เทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง กรุงเทพมหานคร

ดอกดาวเรืองเหลืองอร่าม ที่ พระเมรุมาศจำลองจังหวัดร้อยเอ็ด ณ ลานหน้าบึงพลาญชัย

วันนี้(19 ต.ค. 2560) เมื่อเวลาประมาญ 15.00 น. ทางจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ทำการประดับตกแต่งลานพิธีบริเวณโดยรอบ พระเมรุมาศจำลองจังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยดอกดาวเรืองสีเหลือง รอบพระเมรุมาศจำลอง และรอบตัวเลข ๙ และ เลข ๑๐๑ ณ ลานหน้าบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด

พังยับ!! รถทัวร์กรุงเทพฯ-สุวรรณภูมิ พลิกคว่ำที่ถนนสายเกษตร-พยัคฯ ตาย 1 เจ็บระนาว(มีรายชื่อ)

26 กรกฎาคม 2560 เวลา 02.20 น. กู้ชีพเมืองเกษและกู้ชีพโรงพยาบาลเกษตรวิสัยได้รับแจ้งทางวิทยุจากศูนย์สั่งการ 1669 จังหวัดร้อยเอ็ด ว่ามีอุบัติเหตุหมู่รถทัวร์โดยสารประจำทาง สายกรุงเทพ-สุวรรณภูมิพลิกคว่ำ ถนนเกษตร-พยัค ใกล้ปากทางเข้าบ้านสำราญ จึงออกตรวจสอบที่เกิดพบรถทัวร์โดยสารประจำทางหมายเลขทะเบียน 10-4437 ร้อยเอ็ด พลิกคว่ำลงข้างทางและมีผู้บาดหลายรายเจ็บร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้วิทยุประสานขอรถกู้ชีพเทศบาลเมืองบัว กู้ชีพเทศบาลกู่กาสิงห์ กู้ชีพอบต.กู่กาสิงห์ สนับสนุนที่เกิดเหตุ

สรุปผู้บาดเจ็บจำนวน 17 ราย เสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุจำนวน 1 ราย รวมทั้งหมด 18 ราย
1.นายเอกนรินทร์ วันทา อายุ 20 ปี ส่งรักษาต่อ รพ.ร้อยเอ็ด
2.น.ส.สุภาพร ชาภักดี อายุ 40 ปี ส่งรักษาต่อ รพ.ร้อยเอ็ด
3.นายสุรัตน์ โชคประจักษ์ชัด อายุ 58 ปี ส่งรักษาต่อ รพ.ร้อยเอ็ด
4.นางบุญชิด แพงวงษ์ อายุ 39 ปี ส่งรักษาต่อ รพ.ร้อยเอ็ด
5.นายสุทัศน์ หงษ์หาชาติ อายุ 54 ปี ส่งรักษาต่อ รพ.ร้อยเอ็ด
6.นายรณชัย บรรชิต อายุ 20 ปี นอน รพ.เกษตรวิสัย
7.นายประมวล พานิคม อายุ 26 ปี นอน รพ.เกษตรวิสัย
8.น.ส.รจนา อิธิบุตร อายุ 32 ปี นอน รพ.เกษตรวิสัย
9.นายวิชาญ ดีพลงาม อายุ 24 ปี
10.นายพิทักษ์ อินทร์ขาว อายุ 26 ปี
11.น.ส.เบญญาภา โมลา อายุ 18 ปี
12.นายโอพาส นามกิง อายุ 20 ปี

ที่มา: สมาคมเกษตรวิสัยร่วมใจการกุศล – กู้ภัยเมืองเกษ 农集公会

ผงะ!! พบศพกลางทุ่งนา จ.มหาสารคาม

วาปีปทุม … พบศพชายเสียชีวิตในสระน้ำ พบเป็นบุคคลที่แจ้งหาย

22 มิ.ย. 60 13.25 น. ได้รับแจ้งพบศพคนเสียชีวิต

ที่สระน้ำหลัง รพ.สต.งัวบา บ้านงัวบา หมู่ 1 ตำบลงัวบาอ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม คาดว่าจะเป็นคนบ้านนาเจริญ ที่หายไป

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายสมพงษ์ นนทะคำจันทร์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 67ม17ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา:ชมรมกู้ภัยวาปีปทุม มหาสารคาม

HS4XLR แจ้งข่าวมหาสารคาม

พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร ม.ราชภัฏมหาสารคาม

วันที่ 22 มิ.ย. 60 มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้จัดพิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร ประจำปีการศึกษา 2560 โดยการนำของท่านอธิการบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ บุคลากร และนักศึกษา

พระราชลัญจกร อันเป็นเครื่องหมายประกอบพระราชอิศริยยศ และพระราชอิศริยศักดิ์ใน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานลงมาเป็นตราสัญลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ

มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่พัฒนามาจากโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ที่ตั้งอยู่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของประเทศ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยครู หลังจากนั้น ได้รับพระราชทานนาม “ราชภัฏ” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้เป็นชื่อประจำสถาบัน พร้อมทั้ง พระราชทานตราประจำมหาวิทยาลัย ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏมีอยู่ 40 แห่ง

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนาม ” ราชภัฏ “ และตราประจำมหาวิทยาลัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติยศสูงสุดแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร โดยนาม

” ราชภัฏ หมายความว่า เป็นคนของพระราชา”

พวกเราชาว ราชภัฏ  จึงต้องถวายงานประดุจข้าราชบริพารที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระ ยุคลบาทที่ต้องถวายงานอย่างสุดความสามารถ สุดชีวิต และสุดจิตสุดใจ นอกจากนั้นการเป็นคนของ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทก็ต้องเป็นข้าของแผ่นดินอีกหนึ่งประการด้วย นั่นก็ด้วยเพราะว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทผู้เป็นมิ่งขวัญของพวกเราชาวราชภัฏนั้น ทรงเป็นแบบอย่างการทรงงาน เพื่อบ้านเมืองและแผ่นดินอย่างที่มิเคยทรงหยุดพักแม้เพียงนิด

คงด้วยเหตุผลเหล่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงได้พระราชทานพระราชลัญจกร อันเป็นเครื่องประกอบพระราชอิศริยยศ พระราชอิศริยศักดิ์ ลงมาเป็นตราสัญลักษณ์ประจำ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ประหนึ่งเครื่องเตือนความทรงจำ ว่าพวกเราชาวราชภัฏคือ

“คนของพระราชา และข้าของแผ่นดิน”

ในท้ายที่สุดที่อยากจะสื่อไปถึงพี่น้องชาวราชภัฏและมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วประเทศอยากให้ทุกท่านสำนึกในใจอยู่เสมอว่าเรามีหน้าที่อุทิศตนทำงานทุกอย่างเพื่อเป็นบทพิสูจน์ความจงรักภักดีและเทิดทูนใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และล้นเกล้าล้นกระหม่อมทุกๆ พระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ และตราบกระทั่งชีวิตจะหาไม่ รวมทั้งหากจะกระทำการสิ่งใดก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของแผ่นดิน ชาติ และบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง สำคัญที่ต้องเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเกศีก็คือต้องปฏิบัติทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาประหนึ่งทำถวายใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในทุกกรณี เพราะเราคือ

“คนของพระราชา…ข้าของแผ่นดิน”

 

ภาพ-ข่าว:องค์การบริหารนักศึกษาภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ระทึก!!ทัวร์ กทม.-อุบลฯ ชนเสาไฟฟ้า

วันที่  22 มิ.ย. 60 09.20 น.  รถทัวร์ กรุงเทพ -ยโสธร-  อุบลฯ เสียหลักชนเสาไฟฟ้า

ขาออกเขื่องใน 1 กม.ไปทางยโสธร ที่ บ้านนาดูน ต. เขื่องใน อ. เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

กีดขวางการจราจร 1ช่องทาง เบื้องต้นบาดเจ็บ 2 ราย

ผู้โดยสารต้องออกทางประตูฉุกเฉิน

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ภาพ-ข่าว :supachai

แม่ใจสลาย!! ศพลูกวัย11 สลดภาพสุดท้าย เพื่อนพ่อสุดโหด-ถอดเสื้อผ้าโยนศพทิ้งน้ำ(คลิป)

จากกรณี เด็กหญิงอายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้หายตัวไปหลังเลิกเรียน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ญาติจึงได้เข้าแจ้งความ พร้อมกับนำภาพลงในโลกออนไลน์เพื่อให้โลกออนไลน์ช่วยกันตามหาเบาะแส

จนกระทั่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพ ด.ญ. ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ชายอายุประมาณ 55 ถึง 60 ปี เพื่อนของพ่อออกไปจากบริเวณหน้าโรงเรียน

โดยเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ได้มีการนำนักประดาน้ำลงไปค้นหาบริเวณสระน้ำขนาดใหญ่ที่หน้าวัดคลองกรำ และ ซอยโรงเรียนบ้านคลองกรำ โดยใช้เวลาค้นหาอยู่ประมาณ 3 ชม. แต่ก็ไม่พบร่างของ เด็กหญิง ที่หายตัวไป สำหรับการค้นหาในสถานที่แห่งนี้สืบเนื่องจากการสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่สารภาพว่านำเด็กมาทิ้งจุดนี้ แต่ก็ยังไม่พบศพ

จนช่วงกลางคืน พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผกก.สภ.ปลวกแดง เปิดเผยว่า ขณะนี้พบศพ ด.ญ.ศศิพิม แซ่ลิ้ม อายุ 11 ปี แล้ว บริเวณหลังวัดจอมพลเจ้าพระยา อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เขตรอยต่อ อ.ปลวกแดง กับ อ.บ่อวิน จ.ชลบุรี

ขณะที่การสอบปากคำนายวิชัย ผู้ต้องหา ยังให้การกลับไปกลับมา ล่าสุดให้การว่า พาน้องซ้อนท้ายจักรยานยนต์จะไปหาพ่อน้อง แต่ระหว่างทางน้องเกิดพลัดตกลงจากจักรยานยนต์แล้วคอหักเสียชีวิต ด้วยความตกใจ จึงนำศพน้องไปทิ้งที่ป่ามัน พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของน้องโยนทิ้งน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การ และมั่นใจว่าผู้ต้องหาน่าจะลงมือข่มขืนและฆ่าปิดปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะที่แม่ใจสลายเห็นภาพลูกซ้อนท้ายชายที่พบว่าคือเพื่อนที่ทำงานของพ่อ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ประดาน้ำพบศพลูกแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ที่มา: ข่าวสด

สุดสลด ! แม่แท้ๆนำลูกขายให้กับ อบต. ได้ครั้งละ 500 ลูกทนไม่ไหวหนีจากบ้าน แม่เพื่อนพาร้องปวีณาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 มิถุนายน 2560 ได้มีครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ระบุว่ามีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วัย 11 ปี ได้เขียนเรียงความขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกแม่แท้ๆบังคับให้ขายบริการทางเพศกับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอนแดงเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยได้ค่าตอบแทนเป็นเงินครั้งละ 500 บาท ซึ่งเมื่อเด็กปฎิเสธก็จะถูกผู้เป็นแม่บังคับและตบตี จนทำให้เด็กทนไม่ไหว หนีไปอยู่บ้านเพื่อน และแม่เพื่อนพาไปร้องต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จึงได้ประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เพื่อลงมาสอบสวนและรับตัวเด็กไปพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัวอำเภอบางละมุง นั้น
     ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บ้านบึง เปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้มีการนำตัวของเด็กไปให้ทางสหวิชาชีพทำการสอบสวน พบมีมูล จึงนำไปสู่ขบวนการของกฎหมาย โดยได้ทำการออกหมายเรียกสมาชิก อบต. คนดังกล่าว และแจ้งข้อหากระทำชำเราหญิงอายุ ต่ำกว่า 15 ปี โดยได้มีการติดต่อขอมอบตัวในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้มาตามคำนัดหมาย
โดยในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.60) พนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลจังหวัดชลบุรี ออกหมายจับหมายจับ นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อหาผู้เป็นแม่ในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย จึงอยากฝากถึงผู้ที่ถูกกล่าวหา หากว่าบริสุทธิ์จริง ก็ขอให้มาแสดงตัวให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
ที่มา:เรื่องเล่าเช้านี้