ผงะ!! พบศพกลางทุ่งนา จ.มหาสารคาม

วาปีปทุม … พบศพชายเสียชีวิตในสระน้ำ พบเป็นบุคคลที่แจ้งหาย

22 มิ.ย. 60 13.25 น. ได้รับแจ้งพบศพคนเสียชีวิต

ที่สระน้ำหลัง รพ.สต.งัวบา บ้านงัวบา หมู่ 1 ตำบลงัวบาอ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม คาดว่าจะเป็นคนบ้านนาเจริญ ที่หายไป

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายสมพงษ์ นนทะคำจันทร์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 67ม17ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา:ชมรมกู้ภัยวาปีปทุม มหาสารคาม

HS4XLR แจ้งข่าวมหาสารคาม

พิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร ม.ราชภัฏมหาสารคาม

วันที่ 22 มิ.ย. 60 มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้จัดพิธีอัญเชิญตราพระราชลัญจกร ประจำปีการศึกษา 2560 โดยการนำของท่านอธิการบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ บุคลากร และนักศึกษา

พระราชลัญจกร อันเป็นเครื่องหมายประกอบพระราชอิศริยยศ และพระราชอิศริยศักดิ์ใน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานลงมาเป็นตราสัญลักษณ์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ

มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่พัฒนามาจากโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ที่ตั้งอยู่ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของประเทศ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาลัยครู หลังจากนั้น ได้รับพระราชทานนาม “ราชภัฏ” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้เป็นชื่อประจำสถาบัน พร้อมทั้ง พระราชทานตราประจำมหาวิทยาลัย ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏมีอยู่ 40 แห่ง

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนาม ” ราชภัฏ “ และตราประจำมหาวิทยาลัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติยศสูงสุดแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร โดยนาม

” ราชภัฏ หมายความว่า เป็นคนของพระราชา”

พวกเราชาว ราชภัฏ  จึงต้องถวายงานประดุจข้าราชบริพารที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระ ยุคลบาทที่ต้องถวายงานอย่างสุดความสามารถ สุดชีวิต และสุดจิตสุดใจ นอกจากนั้นการเป็นคนของ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทก็ต้องเป็นข้าของแผ่นดินอีกหนึ่งประการด้วย นั่นก็ด้วยเพราะว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทผู้เป็นมิ่งขวัญของพวกเราชาวราชภัฏนั้น ทรงเป็นแบบอย่างการทรงงาน เพื่อบ้านเมืองและแผ่นดินอย่างที่มิเคยทรงหยุดพักแม้เพียงนิด

คงด้วยเหตุผลเหล่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงได้พระราชทานพระราชลัญจกร อันเป็นเครื่องประกอบพระราชอิศริยยศ พระราชอิศริยศักดิ์ ลงมาเป็นตราสัญลักษณ์ประจำ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ประหนึ่งเครื่องเตือนความทรงจำ ว่าพวกเราชาวราชภัฏคือ

“คนของพระราชา และข้าของแผ่นดิน”

ในท้ายที่สุดที่อยากจะสื่อไปถึงพี่น้องชาวราชภัฏและมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วประเทศอยากให้ทุกท่านสำนึกในใจอยู่เสมอว่าเรามีหน้าที่อุทิศตนทำงานทุกอย่างเพื่อเป็นบทพิสูจน์ความจงรักภักดีและเทิดทูนใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และล้นเกล้าล้นกระหม่อมทุกๆ พระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ และตราบกระทั่งชีวิตจะหาไม่ รวมทั้งหากจะกระทำการสิ่งใดก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของแผ่นดิน ชาติ และบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง สำคัญที่ต้องเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเกศีก็คือต้องปฏิบัติทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาประหนึ่งทำถวายใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในทุกกรณี เพราะเราคือ

“คนของพระราชา…ข้าของแผ่นดิน”

 

ภาพ-ข่าว:องค์การบริหารนักศึกษาภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ระทึก!!ทัวร์ กทม.-อุบลฯ ชนเสาไฟฟ้า

วันที่  22 มิ.ย. 60 09.20 น.  รถทัวร์ กรุงเทพ -ยโสธร-  อุบลฯ เสียหลักชนเสาไฟฟ้า

ขาออกเขื่องใน 1 กม.ไปทางยโสธร ที่ บ้านนาดูน ต. เขื่องใน อ. เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

กีดขวางการจราจร 1ช่องทาง เบื้องต้นบาดเจ็บ 2 ราย

ผู้โดยสารต้องออกทางประตูฉุกเฉิน

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ภาพ-ข่าว :supachai

แม่ใจสลาย!! ศพลูกวัย11 สลดภาพสุดท้าย เพื่อนพ่อสุดโหด-ถอดเสื้อผ้าโยนศพทิ้งน้ำ(คลิป)

จากกรณี เด็กหญิงอายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้หายตัวไปหลังเลิกเรียน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ญาติจึงได้เข้าแจ้งความ พร้อมกับนำภาพลงในโลกออนไลน์เพื่อให้โลกออนไลน์ช่วยกันตามหาเบาะแส

จนกระทั่งได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพ ด.ญ. ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ชายอายุประมาณ 55 ถึง 60 ปี เพื่อนของพ่อออกไปจากบริเวณหน้าโรงเรียน

โดยเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ได้มีการนำนักประดาน้ำลงไปค้นหาบริเวณสระน้ำขนาดใหญ่ที่หน้าวัดคลองกรำ และ ซอยโรงเรียนบ้านคลองกรำ โดยใช้เวลาค้นหาอยู่ประมาณ 3 ชม. แต่ก็ไม่พบร่างของ เด็กหญิง ที่หายตัวไป สำหรับการค้นหาในสถานที่แห่งนี้สืบเนื่องจากการสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่สารภาพว่านำเด็กมาทิ้งจุดนี้ แต่ก็ยังไม่พบศพ

จนช่วงกลางคืน พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผกก.สภ.ปลวกแดง เปิดเผยว่า ขณะนี้พบศพ ด.ญ.ศศิพิม แซ่ลิ้ม อายุ 11 ปี แล้ว บริเวณหลังวัดจอมพลเจ้าพระยา อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เขตรอยต่อ อ.ปลวกแดง กับ อ.บ่อวิน จ.ชลบุรี

ขณะที่การสอบปากคำนายวิชัย ผู้ต้องหา ยังให้การกลับไปกลับมา ล่าสุดให้การว่า พาน้องซ้อนท้ายจักรยานยนต์จะไปหาพ่อน้อง แต่ระหว่างทางน้องเกิดพลัดตกลงจากจักรยานยนต์แล้วคอหักเสียชีวิต ด้วยความตกใจ จึงนำศพน้องไปทิ้งที่ป่ามัน พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของน้องโยนทิ้งน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การ และมั่นใจว่าผู้ต้องหาน่าจะลงมือข่มขืนและฆ่าปิดปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะที่แม่ใจสลายเห็นภาพลูกซ้อนท้ายชายที่พบว่าคือเพื่อนที่ทำงานของพ่อ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ประดาน้ำพบศพลูกแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

ที่มา: ข่าวสด

สุดสลด ! แม่แท้ๆนำลูกขายให้กับ อบต. ได้ครั้งละ 500 ลูกทนไม่ไหวหนีจากบ้าน แม่เพื่อนพาร้องปวีณาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 มิถุนายน 2560 ได้มีครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ระบุว่ามีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วัย 11 ปี ได้เขียนเรียงความขอความช่วยเหลือ เนื่องจากถูกแม่แท้ๆบังคับให้ขายบริการทางเพศกับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอนแดงเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยได้ค่าตอบแทนเป็นเงินครั้งละ 500 บาท ซึ่งเมื่อเด็กปฎิเสธก็จะถูกผู้เป็นแม่บังคับและตบตี จนทำให้เด็กทนไม่ไหว หนีไปอยู่บ้านเพื่อน และแม่เพื่อนพาไปร้องต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จึงได้ประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เพื่อลงมาสอบสวนและรับตัวเด็กไปพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัวอำเภอบางละมุง นั้น
     ด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บ้านบึง เปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้มีการนำตัวของเด็กไปให้ทางสหวิชาชีพทำการสอบสวน พบมีมูล จึงนำไปสู่ขบวนการของกฎหมาย โดยได้ทำการออกหมายเรียกสมาชิก อบต. คนดังกล่าว และแจ้งข้อหากระทำชำเราหญิงอายุ ต่ำกว่า 15 ปี โดยได้มีการติดต่อขอมอบตัวในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้มาตามคำนัดหมาย
โดยในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.60) พนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลจังหวัดชลบุรี ออกหมายจับหมายจับ นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อหาผู้เป็นแม่ในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย จึงอยากฝากถึงผู้ที่ถูกกล่าวหา หากว่าบริสุทธิ์จริง ก็ขอให้มาแสดงตัวให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
ที่มา:เรื่องเล่าเช้านี้

อวสาน สายเปย์…! “หนุ่ม” ทุ่มเททำงานหนัก เลี้ยงดูแฟนสาว ผ่านมา 11 ปี หายนะมาเยือนเต็มๆ บทเรียนราคาแพง จำฝังใจทั้งชีวิต!!

วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเว็บไซต์ พันทิป หมายเลข 3935124 ได้เผยแพร่เรื่องราวประสบการณ์ความรักของตัวเอง ที่เป็นอุทาหรณ์เตือนสติ นักรักสายเปย์ได้เป็นอย่างดี หลังจากที่เขาทุ่มเท เงินทอง และตรากตรำทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงแฟนสาว และครอบครัว ผลสุดท้ายเขากลับแฟนสาวบอกเลิกอย่างเจ็บแสบ แถมยังไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต นับว่าเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว

 

อวสานสายเปย์ บทเรียนราคาแพงมาก ทุ่มเทให้ไปทุกสิ่งที่มีในชีวิต สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย

พอดีได้อ่านกระทู้หนึ่ง แล้วนึกย้อนถึงชีวิตตัวเอง เลยอยากจะเล่าให้คนอื่นได้ฟัง เผื่อใครที่อยู่ในสถานะแบบนี้จะได้ฉุกคิดแล้วหาทางออกได้บ้าง

ผมคบกับอดีตแฟนมา 11 ปี แบคกราวน์เดิมของผม ผมเป็นลูกกำพร้า ป้าเป็นคนเลี้ยงดูมา ส่งเสียจนจบเพาะช่าง จากนั้นป้าก็เสีย จากผมไป ชีวิตผมเหมือนอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ยอมรับว่าผมเป็นคนโหยหาความรัก อยากมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น

แฟนผม มาจากครอบครัวที่อบอุ่นมีพร้อมทั้งพ่อและแม่ พ่อทำงานคนเดียว แม่เป็นแม่บ้าน มีพี่สาวน้องสาว เธอเป็นคนสวยน่ารัก นิสัยออกจะเอาแต่ใจหน่อยๆเพราะเป็นลูกคนกลาง แต่โดยรวมเธอเป็นคนดี เธอเรียนจบปวส. จากสถาบันใกล้ๆกับผม เราเลยได้รู้จักกัน

ช่วงแรกที่เราคบกัน ผมค่อนข้างต้องฝ่าฟันอุปสรรคเยอะมาก ทั้งคนที่มาจีบเธอก็เยอะ และครอบครัวเธอที่หวงเธอมาก แต่สุดท้ายเราก็ได้รักกัน จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมได้ก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเธออย่างเต็มตัว ก็เพราะ พ่อของเธอป่วย สุดท้าย ออกจากงาน และพ่อเป็นหนี้สินหลายอย่าง พอไม่มีงานทำ เค้าก็มายึดทรัพย์สินที่เค้ายึดได้ไป ตอนนั้นแฟนผมและครอบครัวเครียดมาก วิ่งวุ่นหมุนเงินกันตลอด ผมเลยได้เข้าไปช่วย โดยเริ่มจากให้ยืมเงินเก็บที่ผมมีอยู่ (ป้าเสียทิ้งสมบัติไว้ให้เล็กน้อย และผมมีเงินเก็บอยู่บ้าง) จากนั้นมา ผมก็ได้เข้ามานอกออกใน รับรู้รับฟังแทบจะทุกปัญหาในครอบครัวของแฟน

เมื่อได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแฟน การที่ผมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในครั้งนั้น ทำให้แม่โอนอ่อนกับผมมาก เรียกผมว่าลูก และดูรักและเอ็นดูผม ผมสามารถไปนอนค้างที่บ้านแฟนได้ (แต่นอนรวมกันกับทุกๆคนในครอบครัว) ผมมีความสุขมาก ที่ได้ใช้ชีวิตแบบครอบครัวที่ผมเคยฝันไว้ มีพ่อ มีแม่ มีน้องสาวพี่สาว และมีคนที่ผมรัก

จากจุดเริ่มต้นจุดนั้น ทำให้ผมถลำลงไปเรื่อยๆ กับการเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวนี้ เรียกได้ว่า เงินทุกบาทที่ผมหาได้แต่ละเดือน ผมแบ่งให้แฟนผมทั้งหมด ให้เค้าเอาไปให้พ่อแม่ใช้หนี้สิน จับจ่ายใช้สอยในบ้าน (ช่วงนั้นเงินที่บ้านแฟนได้มาจากผมและแฟน พี่สาวแฟนแต่งงานไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ส่วนพ่อแฟนป่วยเป็นอัมพาต ไม่สามารถทำงานได้) ส่วนผมกินแค่มาม่าเอา บางวันก็ไปอาศัยนอนที่บ้านแฟน ก็กินข้าวกับแฟน

ขอเล่ารวบๆนะครับ ก็เป็นแบบนี้ซัก 5 ปี ที่ผมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบ้านแฟน เอาเงินเดือนแทบทุกบาทที่มีให้บ้านแฟนใช้จนหมด หนี้ที่มีก็น้อยลงเรื่อยๆ แม่แฟนอยากให้แฟนมีอนาคตที่ดี อยากให้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ผมเองก็เห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่ และเป็นคนเสนอไปเอง ว่าผมจะหาเงินส่งแฟนเรียนเอง แฟนเลยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดที่หนึ่งที่ไม่แพงมากนัก ส่วนผมการที่จะได้เงินมาเยอะๆพอที่จะเลี้ยงดูบ้านแฟนและส่งแฟนเรียน ลำพังงานเดิมคงไม่ได้ ผมเลยดิ้นรนหางานที่ได้ค่าตอบแทนดี จนได้งานแถวด่านชายแดนภาคใต้แห่งหนึ่ง คำนวณดูแล้ว เงินที่ได้แต่ละเดือนก็น่าจะพอจับจ่ายใช้สอยอยู่ แต่ผมต้องย้ายไปอยู่ตจว. ไม่ได้อยู่ใกล้แฟน แต่เพราะความจำเป็นผมก็ต้องทำ

ผมย้ายมาอยู่ภาคใต้ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ วันหยุดก็รับจ๊อบอื่น อะไรที่หาเงินได้ผมทำหมด แต่ละเดือนส่งมาให้บ้านแฟนเกือบทั้งหมด เหลือเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ค่าห้องเช่าเท่านั้น จะได้กลับกรุงเทพก็ปีละ 2 ครั้ง คือปีใหม่กับสงกรานต์ ที่จะได้ไปเจอหน้าแฟนไปบ้านแฟน (ที่ผมรู้สึกว่าคือบ้านผม คือครอบครัวผม ) ปีแรกๆ แฟนก็มาเยี่ยมผมบ้างตอนผมปิดเทอม แต่ปีหลัง ๆ แฟนเรียนหนัก ก็ไม่ได้มาหา แต่เราก็คุยกันทุกวัน เมื่อก่อนเป็นโทรศัพท์ หลังๆมีไลน์ก็ใช้ไลน์ ต่อมามีวีดีโอคอลก็ดีหน่อยยังพอได้เห็นหน้า

จนแฟนเรียนจบได้ใบปริญญา ทุกคนดีใจและปราบปลื้มกันมาก แฟนเริ่มทำงานตามสายงานที่เธอเรียน ส่วนผมก็ยังทำงานอยู่ใต้เหมือนเดิมส่งเงินให้บ้านเธอเหมือนเดิม เพราะอยากให้เธอได้เก็บไว้สำหรับการแต่งงานของเรา

พอแฟนเรียนจบ แม่ก็คุยกับผมเรื่องการแต่งงาน แม่บอกว่า บ้านแม่ไม่มีทรัพย์สินอะไรจะให้ ก็เป็นหน้าที่ของเรา 2 คนที่จะหามากันเอง แต่แม่ขอสินสอดซัก 500,000 ชาวบ้านจะได้ไม่ครหา ตอนนั้นผมไม่คิดอะไร คิดว่าเงิน 500,000 ผมพอจะหาได้ เพราะไม่ต้องส่งเสียแฟนเรียนแล้ว และแฟนก็มีเงินเดือน พอที่จะมาใช้จ่ายภาระบ้านเค้าช่วยผมได้ ผมก็เลยตอบตกลงแม่ไป ว่าผมจะจัดการตามที่แม่ต้องการ

พอแฟนผมทำงานได้เงินมาให้ที่บ้านใช้จ่ายร่วมกับเงินที่ผมส่งให้ โดยไม่ต้องแบ่งไปเป็นค่าส่งเสียเรื่องเรียนหนังสือ สถานการณ์ทางบ้านแฟนก็ดีขึ้น การเงินผ่อนคลายขึ้น แม่อยากได้อะไรก็ได้ซื้อ แม่อยากกินอะไรก็ได้กิน ผมก็มีความสุขมาก เพราะคิดไว้เสมอว่าแม่รักเราเหมือนลูกคนหนึ่ง

จนมากลางปีที่แล้ว เหมือนฟ้าผ่ามากลางหัวกลางวันแสกๆ อยู่ๆวันหนึ่ง แฟนก็ไลน์มาบอกเลิกผม บอกว่าต่อไปนี้ไม่ต้องติดต่อกันแล้วนะ เค้ารู้สึกเฉยๆกับเราแล้ว ขอให้จบกันด้วยดี ในสมองผมมึนงงไปหมด เมื่อสงกรานต์ยังรักกันดี ยังไม่อยากให้ผมกลับไปอยู่ใต้ อยากให้ผมย้ายมาทำงานที่กรุงเทพ ทำไมผ่านไป 2 เดือนจู่ๆถึงมาขอเลิก ผมไม่เข้าใจ คำถามมากมายจุกอยู่ตรงปาก ตัวชาหน้าชา เหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนเลือดไหลจากหัวลงปลายเท้าจนหมดตัว มันชาไปทั้งตัว

จากนั้นโทรหาเค้า เค้าก็ไม่รับ และบล็อกทั้งไลน์ บล็อกโทร บล็อกทุกอย่างไม่ให้ผมติดต่อได้ ผมโทรหาแม่เค้าไลน์หาแม่เค้า แม่เค้าก็ไม่ตอบ ไม่อ่านไลน์ โทรหาเพื่อนเค้า เพื่อนเค้าก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็น ผมไม่เข้าใจเกิดอะไรขึ้น สับสนและว้าวุ่นใจมาก และเสียใจอย่างที่สุด เหมือนกำลังอยู่ในฝันร้าย พอเคลียร์งานได้ผมก็รีบเข้ากรุงเทพ ไปหาเค้ากับแม่ที่บ้าน ทีแรกแม่ไม่ยอมให้ผมเข้าบ้าน แต่ผมนั่งรอตากฝนจากเช้าจนเย็นก็ไม่เปิดบ้านให้ มันจุก มันอึ้ง ผมเดินงงๆออกมาจากบ้านนั้น มารู้ตัวอีกทีอยู่ท่ารถที่จะกลับใต้แล้ว
4 เดือนถัดมา ได้ข่าวอีกที คือ แฟนผมแต่งงาน กับคนที่อยู่ที่ทำงานเดียวกัน มีฐานะ มีหน้ามีตา ที่จะเชิดหน้าชูตากันได้ ผมลองโทรหาเพื่อนสนิทเธอ ขอให้เธอเล่าทุกเรื่องให้ฟัง นึกว่าสงสารผมเถอะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เข้าใจ ว่าผมผิดพลาดที่ตรงไหน สงกรานต์ยังบอกว่ารัก อีก 2 เดือนถัดมามาบอกเลิก เพื่อนเล่ามาว่า แฟนผมเค้าพบกับผู้ชายคนนี้ตอนทำงานด้วยกัน ผู้ชายมีบ้านมีรถ มีพร้อมทุกอย่างเข้ามาจีบ และไปมาหาสู่กับที่บ้านแฟนผม มาคอยเอาใจแม่ จนสุดท้าย แฟนผมก็ตัดสินใจเลือกผู้ชายคนนี้

ผมโทรไปคุยกับแม่แฟน ยอมรับว่าพูดไม่ดี เพราะโมโห ว่าแม่รู้เห็นเป็นใจกันกับเค้าใช่ไหม ทำไมแม่ไม่นึกถึงใจผมบ้าง ไม่นึกถึงสิ่งที่ผมเคยทำให้ แม่ไม่คิดว่าผมเป็นลูกหรอกเหรอถึงทำกันแบบนี้ แม่ตอบมาว่า จะให้แม่ทำยังไง ผมเองจบอะไรมา ลูกสาวเค้าจบอะไร ชีวิตลูกเค้ากำลังจะก้าวไปถึงไหนต่อไหน ส่วนผมทำงานอยู่ด่านชายแดน ชีวิตมันไปกันคนละทางแล้ว และผู้ชายคนนั้น เค้ามาแบบพร้อมทุกอย่าง ส่วนผมแม่รอแล้วรอเล่าให้ผมเก็บเงินที่แม่ขอไว้ให้ แต่ผมก็เก็บไม่ได้ซะที แม่ไม่เห็นทางว่าผมจะสำเร็จในชีวิต ลูกเค้ากำลังจะก้าวหน้า มีชีวิตที่ดี ให้จบกันด้วยดี เลิกแล้วต่อกัน ประมาณนี้ครับ หลักๆที่ผมจับใจความได้ ตอนนั้นหูมันอื้อไปหมด ตาพร่า เสียใจ เจ็บใจ แค้นใจปนกันบอกความรู้สึกไม่ได้เลย

ผมแทบบ้าอยู่ 6 เดือน จนพอเวลาผ่านไป มองย้อนกลับไป ก็ได้แต่สมเพชตัวเองครับ อวสานสายเปย์จริงๆ ทุ่มเททั้งใจและเงินทองให้ไป สุดท้ายไม่ได้อะไรคืนมาเลย คิดว่าเค้ารักเราเหมือนลูก แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ผมเจ็บตรงนี้ยิ่งกว่าแฟนเลิกไปมีคนใหม่อีกครับ ชีวิตครอบครัวที่ผมไฝ่ฝัน มันเป็นแค่ในจินตนาการ

สุดท้าย ตอนนี้ผมคิดว่าผมผ่านมันมาได้แล้ว เลยอยากจะมาขอให้สติเตือนใจ สายเปย์ทั้งหลาย ไม่ว่าหญิงรึชาย ให้คุณเผื่อใจไว้ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน อะไรก็เปลี่ยนแปลงกันได้ เมื่อถึงวันนั้น ขอให้คุณรักตัวเองให้มากๆ โชคดีครับ

ทั้งนี้ ภายหลังเรื่องราวดังกล่าว เผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ ปรากฎว่าได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างให้กำลังใจหนุ่มรายดังกล่าว ให้สู้ต่อไป สักวันจะพบเจอคนดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต พร้อมกับบอกอีกว่าดีแล้ว ถือว่าหมดทุกข์หมดโศก และตำหนิครอบครัวฝ่ายหญิงที่มีพฤติกรรมแย่ๆ เหมือนหลอกใช้ฝ่ายชาย พอได้ดีก็ถีบหัวส่ง

หมายเหตุ : ภาพประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

คำที่เกี่ยวข้อง : บอกเลิก #หายนะ #ถีบหัวส่ง #สายเปย์

อุทาหรณ์ ! คุณตาวัย 70 ดับ หลังดื่มเหล้ากับทุเรียน

ที่ จ.จันทบุรี ตาวัย 70 ปี ช็อกหลังดื่มเหล้าพร้อมกินทุเรียน เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 มิ.ย 60) เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ตราด เขตหนองบอน ได้ออกตรวจสอบหลังได้รับแจ้ง โดยในที่เกิดเหตุพบว่า ผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่ภายในกระท่อมไม่มีเลขที่ ทราบชื่อคือ นายตา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 70 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ จ.ลำปาง

ผู้ที่พบเห็น เล่าว่า นายตาได้ดื่มเหล้าตั้งแต่ช่วงบ่าย พร้อมกับกินทุเรียนไปด้วย จากนั้นนายตาได้เดินลงไปที่คลองด้านหลังบ้านและเกิดเป็นลม ตนเองมาพบจึงพยุงนายตาขึ้นมาบนที่พักและให้นอนพัก ส่วนตนเองได้กลับบ้าน และกลับมาอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ก็พบนายตา เสียชีวิตแล้ว

ผู้ที่พบเห็นนายตาดื่มเหล้าพร้อมกินทุเรียน

ร้อยตำรวจโท อนุชา พุทธศาสตร์ ร้อยเวร สภ.ตกพรม ได้ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ คาดว่าน่าจะเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต หลังดื่มเหล้าพร้อมทุเรียน จากนั้นได้ให้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิขลุง นำศพนายตาส่งไปยัง โรงพยาบาลขลุง เพื่อทำการชันสูตรศพอีกครั้ง พร้อมมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 

ที่มา:workpointtv

ด่วน!!ตามหาเจ้าของรถ จยย. รุ่นเดียวกัน ขับไปผิดคัน จ.มหาสารคาม

20 มิ.ย. 60 23.45 น. ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ พอจะตามหาเจ้าของรถคันนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ พอดีรถมันสลับคันกันค่ะ สีเดียวกัน มันรุ่นเดียวกัน จอดไว้ข้างกัน ที่ตลาดโต้รุ่งมหาสารคาม ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ทะเบียนรถที่หาย 1 กฆ 8073 มหาสารคาม

รถที่สลับไว้

ติดต่อด่วน  0823168569 เบอร์เจ้าของรถคันที่หายค่ะ ชื่อศิรินภา พันมาตร

 

HS4XLR แจ้งข่าวมหาสารคาม

 

ซ้ำรอย!!ที่กาฬสินธุ์ ทำทีขอยืมโน๊ตบุ๊ค กลายเป็นโจรขโมยชัดๆ!!

 

ซ้ำรอย!!ที่กาฬสินธุ์ ทำทีขอยืมโน๊ตบุ๊ค กลายเป็นโจรขโมยชัดๆ!! 
จากเหตุที่คนร้ายทำทีขอยืม NoteBook ไปทำงานเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแล้วขโมยไปที่เคยลงภาพพฤติการณ์การก่อเหตุที่มหาสารคาม
(ข่าวเดิม)  ด่วน!! ทำทีขอยืมโน๊ตบุ๊ค กลายเป็นโจรขโมยชัดๆจ.มหาสารคาม

คนร้ายคนเดิมก่อเหตุที่กาฬสินธุ์

ล่าสุดนั้นคนร้ายคนเดียวกันนี้ได้ไปก่อเหตุที่หอพักโบว์ลิ่ง อ.เมือง  จ.กาฬสินธุ์

เมื่อวันที่ 19มิ.ย.60 เวลาประมาณ 17.00น.คนร้ายแต่งตัวดี สูงประมาณ 170 ซม. ผมสั้น ผิวดำ-แดง ใช้รถจักรยานยนต์ Honda Click สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่านใดพบเห็นหรือรู้จักกรุณาแจ้งมาได้ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม 043-723671 

 

ที่มา:MuangMahasarakham Police Investigation สืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม

HS4XLR แจ้งข่าวมหาสารคาม